ซักผ้าแล้วมีกลิ่นอับ? เช็ก 4 จุดสะสมเชื้อโรคในเครื่องซักผ้า

เคยไหม? ซักผ้าเสร็จใหม่ๆ ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างดี แต่พอผ้าแห้งกลับมี "กลิ่นอับ" แทรกออกมา ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากผงซักฟอกหรือสภาพอากาศ แต่อาจเกิดจาก "เครื่องซักผ้า" ของคุณเองที่กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เชื้อรา และคราบแบคทีเรียโดยไม่รู้ตัว
หากปล่อยไว้นอกจากทำให้ผ้ามีกลิ่นเหม็นอับแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองผิว หรือภูมิแพ้ได้อีกด้วย มาเช็ก 4 จุดสะสมเชื้อโรคหลักในเครื่องซักผ้า พร้อมวิธีทำความสะอาดง่ายๆ กันเลย!
ซักผ้าแล้วมีกลิ่นอับ? เช็ก 4 จุดสะสมเชื้อโรคในเครื่องซักผ้าที่หลายคนมองข้าม
เคยไหม? ซักผ้าเสร็จใหม่ๆ ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างดี แต่พอผ้าแห้งกลับมี "กลิ่นอับ" แทรกออกมา ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากผงซักฟอก สภาพอากาศ หรือการตากผ้าไม่โดนแดด แต่อาจเกิดจาก "เครื่องซักผ้า" ของคุณเองที่กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เชื้อรา และคราบแบคทีเรียโดยไม่รู้ตัว
หากปล่อยไว้นอกจากทำให้ผ้ามีกลิ่นเหม็นอับแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองผิว หรือกระตุ้นภูมิแพ้ได้อีกด้วย มาเช็ก 4 จุดสะสมเชื้อโรคหลักในเครื่องซักผ้า พร้อมวิธีทำความสะอาดง่ายๆ กันเลย!
1. ยางขอบประตูเครื่องซักผ้า (สำหรับเครื่องฝาหน้า)
จุดนี้ถือเป็น "รังสะสมเชื้อรา" อันดับหนึ่ง! เนื่องจากเป็นจุดที่มีน้ำขังและความชื้นสูงตลอดเวลา หลังซักผ้าเสร็จ หากไม่เช็ดให้แห้ง คราบผงซักฟอก ตะกอน และความชื้นจะรวมตัวกันกลายเป็นคราบดำๆ ซึ่งก็คือเชื้อรานั่นเอง
วิธีเช็ก: ใช้มือแหวกดูตามซอกขอบยางด้านใน หากพบคราบดำหรือเมือกชื้น แสดงว่าเชื้อราเริ่มยึดพื้นที่แล้ว
วิธีแก้ไข: ใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาเช็ดถูคราบออกให้หมด หลังซักผ้าเสร็จทุกครั้งควรเปิดฝาทิ้งไว้เพื่อระบายความอับชื้น
2. ช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม
หลายคนคิดว่าช่องนี้น่าจะสะอาดที่สุดเพราะผ่านน้ำยาทำความสะอาดตลอด แต่ความจริงแล้ว คราบตกค้างจากผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เข้มข้นจะสะสมจนเกิดเป็น "เมือกเหนียว" และกลายเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย
วิธีเช็ก: ถอดถาดใส่ผงซักฟอกออกมาดูด้านล่างและด้านหลัง สังเกตว่ามีคราบเมือกสีเหลือง/ดำเกาะอยู่หรือไม่
วิธีแก้ไข: ถอดถาดออกมาแช่น้ำอุ่นขัดด้วยแปรงฟันเก่าให้สะอาด จากนั้นเช็ดทำความสะอาดช่องด้านในเครื่องก่อนใส่กลับเข้าไป
3. ตัวกรองเศษสิ่งสกปรก (Lint Filter)
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าฝาบนหรือฝาหน้า ต่างมีตัวกรองสำหรับดักจับขุยผ้า เส้นผม และฝุ่นละออง สิ่งสกปรกเหล่านี้เมื่อสะสมรวมกับน้ำและความชื้นเป็นเวลานาน จะเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นอับย้อนกลับไปติดเสื้อผ้าขณะซัก
วิธีเช็ก:
ฝาบน: ถุงกรอง/ตลับกรองด้านในถังซัก
ฝาหน้า: ช่องตัวกรองปั๊มระบายน้ำด้านล่างหน้าเครื่อง
วิธีแก้ไข: ถอดตัวกรองออกมาเอาเศษแกะออก ถูล้างด้วยแปรงและน้ำสบู่ ทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง
4. ถังซักด้านนอก (ซอกซอนที่มองไม่เห็น)
แม้ถังซักเลสที่เราเห็นด้านในจะดูเงางาม แต่ "ด้านหลังถังซัก" ที่เรามองไม่เห็น คือจุดที่คราบไคล เสื้อผ้า คราบผงซักฟอก และสิ่งสกปรกไปเกาะรวมกันเป็นชั้นหนา เมื่อน้ำไหลผ่าน คราบเหล่านี้จะหลุดออกมาปะปนกับผ้า ทำให้ผ้าซักยังไงก็ไม่หอม และมีคราบดำเล็กๆ ติดมากับเสื้อผ้า
วิธีเช็ก: ผ้าซักเสร็จมีเศษคราบสีดำ/น้ำตาลเล็กๆ ติดมา หรือซักแล้วมีกลิ่นอับแม้ตากแดดจัด
วิธีแก้ไข:
ใช้ "ผงล้างเครื่องซักผ้า" หรือเบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชู เทลงในถังซัก
เปิดระบบล้างถังซัก (Tub Clean) หรือตั้งระดับน้ำสูงสุดและปั่นทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วแช่ทิ้งไว้ 3-4 ชั่วโมง
สั่งให้เครื่องทำงานตามรอบซักปกติเพื่อล้างคราบออก
3 ทริกง่ายๆ ป้องกันเครื่องซักผ้าอับชื้น
เปิดฝาเครื่องไว้เสมอ: หลังซักผ้าเสร็จ ควรเปิดฝาเครื่องซักผ้าและช่องใส่น้ำยาแย้มไว้ราว 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้อากาศถ่ายเท
ไม่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป: การใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเกินปริมาณที่กำหนด จะทำให้เกิดคราบเมือกสะสมเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว
ล้างเครื่องซักผ้าเป็นประจำ: ควรล้างถังซักด้วยน้ำยา/ผงล้างเครื่องซักผ้าอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง
สรุป: หากคุณอยากให้เสื้อผ้าหอมสดชื่นและปลอดภัยจากเชื้อโรค อย่าลืมใส่ใจทำความสะอาด 4 จุดสะสมเชื้อโรค นี้เป็นประจำ เพราะเครื่องซักผ้าที่สะอาด คือหัวใจสำคัญของเสื้อผ้าที่ไร้กลิ่นอับอย่างแท้จริง!
หากปล่อยไว้นอกจากทำให้ผ้ามีกลิ่นเหม็นอับแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองผิว หรือภูมิแพ้ได้อีกด้วย มาเช็ก 4 จุดสะสมเชื้อโรคหลักในเครื่องซักผ้า พร้อมวิธีทำความสะอาดง่ายๆ กันเลย!
ซักผ้าแล้วมีกลิ่นอับ? เช็ก 4 จุดสะสมเชื้อโรคในเครื่องซักผ้าที่หลายคนมองข้าม
เคยไหม? ซักผ้าเสร็จใหม่ๆ ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างดี แต่พอผ้าแห้งกลับมี "กลิ่นอับ" แทรกออกมา ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากผงซักฟอก สภาพอากาศ หรือการตากผ้าไม่โดนแดด แต่อาจเกิดจาก "เครื่องซักผ้า" ของคุณเองที่กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เชื้อรา และคราบแบคทีเรียโดยไม่รู้ตัว
หากปล่อยไว้นอกจากทำให้ผ้ามีกลิ่นเหม็นอับแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองผิว หรือกระตุ้นภูมิแพ้ได้อีกด้วย มาเช็ก 4 จุดสะสมเชื้อโรคหลักในเครื่องซักผ้า พร้อมวิธีทำความสะอาดง่ายๆ กันเลย!
1. ยางขอบประตูเครื่องซักผ้า (สำหรับเครื่องฝาหน้า)
จุดนี้ถือเป็น "รังสะสมเชื้อรา" อันดับหนึ่ง! เนื่องจากเป็นจุดที่มีน้ำขังและความชื้นสูงตลอดเวลา หลังซักผ้าเสร็จ หากไม่เช็ดให้แห้ง คราบผงซักฟอก ตะกอน และความชื้นจะรวมตัวกันกลายเป็นคราบดำๆ ซึ่งก็คือเชื้อรานั่นเอง
วิธีเช็ก: ใช้มือแหวกดูตามซอกขอบยางด้านใน หากพบคราบดำหรือเมือกชื้น แสดงว่าเชื้อราเริ่มยึดพื้นที่แล้ว
วิธีแก้ไข: ใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดาเช็ดถูคราบออกให้หมด หลังซักผ้าเสร็จทุกครั้งควรเปิดฝาทิ้งไว้เพื่อระบายความอับชื้น
2. ช่องใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม
หลายคนคิดว่าช่องนี้น่าจะสะอาดที่สุดเพราะผ่านน้ำยาทำความสะอาดตลอด แต่ความจริงแล้ว คราบตกค้างจากผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เข้มข้นจะสะสมจนเกิดเป็น "เมือกเหนียว" และกลายเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย
วิธีเช็ก: ถอดถาดใส่ผงซักฟอกออกมาดูด้านล่างและด้านหลัง สังเกตว่ามีคราบเมือกสีเหลือง/ดำเกาะอยู่หรือไม่
วิธีแก้ไข: ถอดถาดออกมาแช่น้ำอุ่นขัดด้วยแปรงฟันเก่าให้สะอาด จากนั้นเช็ดทำความสะอาดช่องด้านในเครื่องก่อนใส่กลับเข้าไป
3. ตัวกรองเศษสิ่งสกปรก (Lint Filter)
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าฝาบนหรือฝาหน้า ต่างมีตัวกรองสำหรับดักจับขุยผ้า เส้นผม และฝุ่นละออง สิ่งสกปรกเหล่านี้เมื่อสะสมรวมกับน้ำและความชื้นเป็นเวลานาน จะเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นอับย้อนกลับไปติดเสื้อผ้าขณะซัก
วิธีเช็ก:
ฝาบน: ถุงกรอง/ตลับกรองด้านในถังซัก
ฝาหน้า: ช่องตัวกรองปั๊มระบายน้ำด้านล่างหน้าเครื่อง
วิธีแก้ไข: ถอดตัวกรองออกมาเอาเศษแกะออก ถูล้างด้วยแปรงและน้ำสบู่ ทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง
4. ถังซักด้านนอก (ซอกซอนที่มองไม่เห็น)
แม้ถังซักเลสที่เราเห็นด้านในจะดูเงางาม แต่ "ด้านหลังถังซัก" ที่เรามองไม่เห็น คือจุดที่คราบไคล เสื้อผ้า คราบผงซักฟอก และสิ่งสกปรกไปเกาะรวมกันเป็นชั้นหนา เมื่อน้ำไหลผ่าน คราบเหล่านี้จะหลุดออกมาปะปนกับผ้า ทำให้ผ้าซักยังไงก็ไม่หอม และมีคราบดำเล็กๆ ติดมากับเสื้อผ้า
วิธีเช็ก: ผ้าซักเสร็จมีเศษคราบสีดำ/น้ำตาลเล็กๆ ติดมา หรือซักแล้วมีกลิ่นอับแม้ตากแดดจัด
วิธีแก้ไข:
ใช้ "ผงล้างเครื่องซักผ้า" หรือเบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชู เทลงในถังซัก
เปิดระบบล้างถังซัก (Tub Clean) หรือตั้งระดับน้ำสูงสุดและปั่นทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วแช่ทิ้งไว้ 3-4 ชั่วโมง
สั่งให้เครื่องทำงานตามรอบซักปกติเพื่อล้างคราบออก
3 ทริกง่ายๆ ป้องกันเครื่องซักผ้าอับชื้น
เปิดฝาเครื่องไว้เสมอ: หลังซักผ้าเสร็จ ควรเปิดฝาเครื่องซักผ้าและช่องใส่น้ำยาแย้มไว้ราว 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้อากาศถ่ายเท
ไม่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป: การใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเกินปริมาณที่กำหนด จะทำให้เกิดคราบเมือกสะสมเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว
ล้างเครื่องซักผ้าเป็นประจำ: ควรล้างถังซักด้วยน้ำยา/ผงล้างเครื่องซักผ้าอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง
สรุป: หากคุณอยากให้เสื้อผ้าหอมสดชื่นและปลอดภัยจากเชื้อโรค อย่าลืมใส่ใจทำความสะอาด 4 จุดสะสมเชื้อโรค นี้เป็นประจำ เพราะเครื่องซักผ้าที่สะอาด คือหัวใจสำคัญของเสื้อผ้าที่ไร้กลิ่นอับอย่างแท้จริง!
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถึงแม้ว่าอากาศร้อนจะเป็นบรรยากาศที่อยู่กับบ้านเรามานานแต่เชื่อว่าหลายคนก็คงไม่สามารถทำใจให้คุ้นชินได้ วันนี้เรานำแอร์เคลื่อนที่กับพัดลมไอเย็นมาเทียบการใช้งาน
27 May 2026
คุณภาพอากาศภายในบ้านสำคัญต่อสุขภาพคุณ อย่างไรก็ดีมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดมลภาวะของอากาศภายในบ้าน อาทิ ฝุ่นละออง เศษละออง เกสร แก๊ซ และสารเคมี ซึ่ง
28 May 2026
ตู้เย็นถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านต้องมี! เป็นหัวใจสำคัญของบ้านเรา นอกจากใช้ตุนเสบียงแล้วก็ยังช่วยถนอมอาหารอีกด้วย
ทุกวันนี้มีตู้เย็นมากมายหลายรุ่นหลายขนาด ให้เลือกกันได้จุใจ ดังนั้นจะเลือกทั้งที ต้องให้ถูกใจที่สุด!
27 May 2026


