5 ไอเทมวิธีป้องกัน และ เอาตัวรอดจากฝุ่นพิษ

ฝุ่น PM 2.5 อันตรายแค่ไหน
ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ด้วยขนาดที่เล็กมาก จึงสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมในกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ในลักษณะอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ทันที เช่น แสบจมูก เจ็บคอ หรือแสบตา เป็นต้น และลักษณะอาการที่เกิดจากการสะสมฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้
    • ระบบทางเดินหายใจ หากรับฝุ่น PM 2.5 เข้าไปในปริมาณมาก มีความเสี่ยงเกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจหรือปอดได้ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด เป็นต้น
    • ระบบผิวหนัง ฝุ่น PM 2.5 ทำให้เกิดปัญหาผื่นคัน ผื่นแพ้ และผิวหนังอักเสบ ในผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับผิวหนังอยู่แล้ว เช่น สิว โรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาจมีอาการรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
    • สมอง ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้เข้าสู่ทางเดินหายใจและปอดเท่านั้น แต่ยังสามารถแทรกซึมเข้าสู่สมองผ่านทางเส้นประสาทได้เช่นกัน โดยเด็กมีความเสี่ยงต่อภาวะสมาธิสั้น รวมทั้งมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กปกติ ส่วนผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรคทางสมองเพิ่มขึ้น เช่น โรคหลอดเลือดสมองแตก โรคอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมองตีบ เป็นต้น
    • หัวใจ ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจ หากรับฝุ่น PM 2.5 ปริมาณมาก จะเข้าไปกระตุ้นให้โรคที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้น บางครั้งอาจร้ายแรงถึงขั้นหัวใจล้มเหลว และหัวใจวายได้

5 วิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5
 
 
1.ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ
ฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กมาก มีโอกาสปนเปื้นมาจากนอกบ้าน และสะสมอยู่ในอากาศภายในบ้านได้เช่นกัน ดังนั้น เครื่องฟอกอากาศ จึงเป็นตัวช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ที่แนะนำให้มีติดบ้าน เพราะเครื่องฟอกอากาศจะมีแผ่นกรองดักจับสิ่งแปลกปลอมในอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5 แบคทีเรีย ควัน รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ แล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาแทน
 
2. แผ่นกรองเครื่องฟอกอากาศ
แผ่นกรองเครื่องฟอกอากาศ เป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่กรองฝุ่น และสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ถ้ามีเครื่องฟอกอากาศแล้ว อีกหนึ่งไอเทมต้องเตรียมเอาไว้คือ แผ่นกรองเครื่องฟอกอากาศ เพราะในภาวะที่ฝุ่นเยอะขนาดนี้ แผ่นกรองเครื่องฟอกอากาศโดยทั่วไปจะดักฝุ่นได้เต็มประสิทธิภาพ ประมาณ 1-2 ปี จากนั้นควรทำการเปลี่ยนใหม่

เครื่องฟอกอากาศที่สามารถดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้ดี ต้องมีแผ่นกรองไม่น้อยกว่า 3 ชั้น ดังนี้
    1. แผ่นกรองหยาบ (Pre Filter) แผ่นกรองชั้นนอกสุด มีลักษณะเป็นตาข่ายถี่ๆ ทำหน้าที่กรองฝุ่นและอนุภาคที่มีขาดใหญ่ สามารถนำออกมาทำความสะอาดด้วยการล้างหรือซักเองได้
    2. แผ่นกรองฝุ่น (HEPA Filter) แผ่นกรองชั้นที่ 2 เป็นชั้นที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์กลาส ซึ่งมีความละเอียดมากกว่าแผ่นกรองชั้นแรก ทำให้กรองฝุ่นได้ตั้งแต่ขนาด 0.3 ไมครอน เป็นต้นไป สามารถทำความสะอาดด้วยการใช้แปรงขนนุ่มขัดทำความสะอาด ไม่ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำ หรือผงซักฟอก
    3. แผ่นกรองกลิ่น (Carbon Filter) แผ่นกรองชนิดนี้บรรจุคาร์บอนกัมมันต์ ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในห้อง ข้อควรระวังคือ แผ่นกรองชนิดนี้ทำความสะอาดไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่เมื่อครบอายุการใช้งาน

จะเห็นได้ว่า แผ่นกรองมีทั้งชนิดที่สามารถทำความสะอาดได้ และชนิดที่ต้องเปลี่ยนทิ้ง อย่างไรก็ตาม แม้จะทำความสะอาดแผ่นกรองอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจจะยังมีกลิ่นหรือสิ่งสกปรกต่างๆ หลงเหลืออยู่ ดังนั้นควรเปลี่ยนแผ่นกรองใหม่ เมื่อครบกำหนดระยะเวลา หรือเมื่อประสิทธิภาพการกรองลดลงจะดีที่สุด
 
3.เครื่องปรับอากาศกรองฝุ่น PM 2.5
เครื่องปรับอากาศกรองฝุ่น PM 2.5 หรือที่เรียกกันว่า แอร์ฟอกอากาศ เป็นอีกไอเทมที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะนอกจากให้ความเย็นแล้ว ยังทำหน้าที่ฟอกอากาศในตัวได้อีกด้วย ลดปัญหาฝุ่นสะสมภายในบ้าน ทำให้ฝุ่นละอองในบ้านลดลง สร้างสุขภาพที่ดีให้กับตัวคุณเองและสมาชิกในบ้าน

4. เครื่องลดความชื้น หรือเครื่องดูดความชื้นในอากาศ
เครื่องลดความชื้น เป็นอุปกรณ์ช่วยลดความชื้นอากาศภายในห้อง โดยกลั่นความชื้นในอากาศให้กลายเป็นหยดน้ำ ก่อนปล่อยอากาศแห้งออกมาแทนที่ ช่วยลดการเกิดเชื้อรา และควบคุมการแพร่เชื้อโรคอย่างฝุ่น PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี 
 
5. ต้นไม้ฟอกอากาศ
รู้หรือไม่ว่า ต้นไม้หลายชนิดสามารถฟอกอากาศได้ เช่น ว่านหางจระเข้ เบญจมาศ พลูด่าง กล้วยไม้ เยอบีร่า เป็นต้น ลองนำต้นไม้ที่ชื่นชอบมาวางตามจุดต่างๆ ของบ้าน นอกจากจะช่วยมลพิษภายในบ้านแล้ว ยังทำให้บ้านสวยงาม ดูสบายตาขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ควรศึกษารายละเอียดก่อนนำมาปลูก เนื่องจากต้นไม้แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการดูแลแตกต่างกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง
แอร์ฟอกอากาศ ดีอย่างไร ?  ทำไมถึงควรมีติดบ้านไว้
แอร์ฟอกอากาศ ได้ดีจริงหรือ? ในปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และมลภาวะทางอากาศกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก
27 May 2026
5 สัญญาณเตือน ว่าถึงเวลาควรเปลี่ยนแอร์ได้แล้ว
เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนมักเป็นเรื่องยากที่ต้องตัดสินใจว่าตอนไหน หากแอร์ตัวเก่าที่บ้านของคุณเริ่มส่งสัญญาณดังต่อไปนี้ อาจถึงเวลาที่คุณต้องมองหาแอร์บ้านตัวใหม่ได้แล้ว
29 May 2026
6 เทคนิคดูแลแอร์ใช้ไม่หนัก แต่ห้ามละเลย!
แอร์ที่เปิดน้อยหรือใช้งานไม่หนักอาจเกิดปัญหาสะสม คอยล์อับชื้นได้ง่ายกว่าปกติเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานดูแลเครื่องปรับอากาศให้ทนทานและเย็นฉ่ำอยู่เสมอด้วย
28 May 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้